Sorry,this websit is not support ie 7.8, please use ie 9,firefox or google chrome

ยุคสมัยแห่ง Romance Classic

การแบ่งยุคสมัยนั้น มีปัจจัยและเหตุผลหลายอย่างใช้ในการตัดสิน สิ่งหลักๆที่เห็นได้ชัดในการแบ่งยุคสมัยนั้นจะมี สถาปัตยกรรม,แฟชั่น,ดนตรีรวมอยู่ด้วยเสมอ และทางโลกตะวันตกมักจะเห็นได้เด่นชัดในเรื่องเหล่านี้ สถาปัตยกรรมแทบจะเป็นสิ่งหลักในการบอกยุคสมัย วิถีการสร้างอาคาร รูปลักษณ์ของตัวสถาปัตยกรรม รวมถึงแนวคิด ยกตัวอย่างเช่นยุคโกธิค การสร้างโบสถ์สมัยนั้นจะเน้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยความเชื่อที่ว่าจะได้ใกล้ชิดพระเจ้า ยุคเรเนซองส์การสร้างตัวอาคารจะมีแนวคิดเรื่องของสัดส่วนว่าด้วยความสวยงามในสมัยนั้นเป็นตัวกำหนด บางยุคสมัยก็มีชื่อซ้ำซ้อนกันแล้วแต่หลักการ เช่นยุคโรแมนติก ก็เป็นยุคสมัยเดียวกับยุควิกตอเรียและยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ในช่วง ค.ศ. 1820 – 1900 แต่ชื่อยุคโรแมนติกกลับไม่ได้ปรากฏในการแบ่งยุคทางด้านสถาปัต แต่จะใช้แบ่งยุคทางด้านดนตรีมากกว่า ชื่อยุคสมัยในช่วงนี้กลับยังทรงอิทธิพลในด้านต่างๆอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแฟชั่น หรือดนตรี คำที่เรามักจะชอบเรียกกันในสิ่งต่างๆ ที่บอกว่า รถคลาสสิก หนังโรแมนติก สไตล์คลาสสิก และอีกต่างๆนานา ที่คำว่า โรแมนติก คลาสสิก จะปรากฏในเรื่องต่าง แต่จะมีซักกี่คนที่ทราบประวัติความเป็นมาของชื่อเหล่านี้ ว่ามันมีรากฐานมาจากอะไร มีความสำคัญจากสิ่งใด เดี๋ยวผมจะเล่าแบบคร่าวๆให้ฟัง

 

ยุคคลาสสิก (The Classical Period : ค.ศ. 1750 – 1820)

         ยุคคลาสสิกกินเวลาประมาณ 70 ปี เป็นยุคที่ยึดถือเหตุผลสืบต่อจากยุคบาโรก(แต่ในทางสถาปัตยกรรม ยุคclassic  มักจะอ้างถึงยุคอารยธรรมกรีกเฟื่องฟู) นักปรัชญาและนักเขียนคนสำคัญของยุคคือวอลแตร์และดิเดโรต์ ยุคนี้เรียกอีกอย่างว่ายุคแห่งแสงสว่าง ทางด้านดนตรีมีการพัฒนาการแต่งเพลง symphony, concerto, chamber music, opera และจัดรูปแบบของวงดุริยางค์ขนาดใหญ่ (orchestra) และวงดนตรีขนาดเล็ก (chamber music) ให้เป็นแบบมาตรฐาน ดนตรีที่ใช้เล่นกับวงดนตรีสตริงควอเทต (String Quartet) มีผู้นิยมแต่งมาจนถึงปัจจุบัน Read more →

Be feel good and always smile with Romance classiC